|
ศ.นพ.เกรียงศักดิ์ จีระแพทย์ หัวหน้าหน่วยทารกแรกเกิด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ทารกแรกเกิดมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะตัวเหลือง ซึ่งมีผลให้สมองพิการ อาการดังกล่าวเกิดจากระดับบิลิรูบิน(สารสีเหลือง)ในเลือดสูง และไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมในทารกแรกเกิด
อย่างไรก็ตาม สามารถป้องกันได้หากมีการเฝ้าติดตามระดับบิลิรู บินในเลือดระหว่างที่ทารกอยู่ในโรงพยาบาลและภายหลังออกจากโรงพยาบาล แต่ปัจจุบันเครื่องวัดระดับบิลิรูบิน (bilirubin meter) ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งมีราคาสูงถึง 150,000 บาท ทำให้โรงพยาบาลในต่างจังหวัด 719 แห่งทั่วประเทศ ขาดแคลนเครื่องดังกล่าว ทั้งๆ ที่มีอัตราการคลอดสูงถึง 285,512 คนต่อปี หรือประมาณ ร้อยละ 47.56 ของการคลอดทั่วประเทศ

ศ.นพ.เกรียงศักดิ์กล่าวว่า เพื่อลดปัญหาดังกล่าว ได้ทำการศึกษาและผลิตเครื่องวัดระดับบิลิรูบินในพลาสมาด้วยตาสำหรับทารกแรกเกิด เพื่อให้ทารกได้รับการตรวจอย่างทั่วถึง เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันไม่ให้เกิดภาวะตัวเหลือง อันส่งผลให้สมองพิการ สำหรับขั้นตอนการตรวจ แพทย์จะทำการเจาะเลือดทารกประมาณ 0.5 มิลลิลิตร แล้วนำไปแยกเม็ดเลือดแดง จากนั้นนำไปเทียบในเครื่องที่มีการสร้างแถบสีโดยใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะระบุว่า ค่าบิลิรูบินระดับเท่าไรจึงจะเป็นอันตราย โดยเครื่องดังกล่าวสามารถวัดระดับบิลิรูบินในพลาสมาตั้งแต่ 2-30 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ซึ่งจะต้องเทียบกับน้ำหนักตัวของทารกด้วย
"หากทารกมีน้ำหนัก 3 กิโลกรัม และมีระดับบิลิรูบิน 20 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร วินิจฉัยได้ว่าต้องทำการรักษา หากต่ำกว่า 20 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป จำเป็นต้องเฝ้าติดตามอาการ โดยต้องตรวจระดับบิลิรูบินอีกครั้ง หากค่าลดลงเหลือ 18 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร จึงจะถือว่าปลอดภัย" ศ.นพ.เกรียงศักดิ์กล่าว
ที่มา
หนังสือพิมพ์มติชน วันศุกร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2548 หน้า 10
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต
|