Set Default Page Add to Favorites Send This Page to FriendReadyPlanet.com
dot dot

วิทยาการ 'รักษาหัวใจ' 'บอลลูน' 'อายุ 100 ปี' ทำได้?

เมืองไทย-คนไทยในยุคปัจจุบันดูเหมือนจะเสี่ยงกับ “โรคหัวใจ” ชนิดต่าง ๆ มากขึ้น ในกลุ่มคน-กลุ่มสังคมต่าง ๆ จึงมักจะได้ยินว่าคนนั้นคนนี้ต้องไปผ่าตัดทำบายพาส ไป “ทำบอลลูน” ขยายหลอดเลือดหัวใจ

ก็ยังดีที่การแพทย์ด้านนี้ในเมืองไทยพัฒนาขึ้นมาก
ขนาด “คนอายุ 100 ปี” ยังรักษาให้ปลอดภัยได้ !!


ทั้งนี้ ว่ากันถึงเรื่องโรคหัวใจ แยกย่อยได้หลายชนิด มีทั้งโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด, โรคลิ้นหัวใจตีบ-รั่ว, โรคกล้ามเนื้อหัวใจทำงานผิดปกติ, โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ, โรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ และอีกชนิดที่หลัง ๆ ได้ยินกันบ่อย-มีคนไทยเข้ารับการรักษากันมากคือ โรคหลอดเลือดหัวใจ-โรคหัวใจขาดเลือด

กับโรคหัวใจชนิด “หลอดเลือดหัวใจตีบ-หัวใจขาดเลือด” นั้น ข้อมูลจากเว็บไซต์ www.ram-hosp.co.th โดย นพ.ภาณุ สมุทรสาคร อายุรแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจ โรงพยาบาลรามคำแหง ระบุไว้โดย สรุปคือ... เป็นโรคหัวใจชนิดที่เกิดจากเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเกิดตีบ ทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่ได้ กล้ามเนื้อหัวใจขาด ออกซิเจนชั่วขณะ เกิดอาการเจ็บหน้าอก ถ้าเส้นเลือดที่ตีบเกิดอุดตันอย่างเฉียบพลันจะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน “อาจเสียชีวิตแบบปัจจุบันทันด่วนได้ !!”

ถามว่าใครบ้างที่มีโอกาสเกิดโรคหัวใจขาดเลือด ? คำตอบคือ... เพศชายมีโอกาสเกิดโรคหัวใจขาดเลือดมากกว่าเพศหญิง 3-5 เท่า, อายุในเพศชายที่เสี่ยงมักจะเริ่มตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป ขณะที่ในเพศหญิงจะเกิดช้ากว่า คือมักจะเกิดในวัยหมดประจำเดือน อายุประมาณ 50-55 ปี และถามว่าปัจจัยเสี่ยงเกิดโรคชนิดนี้มีอะไรบ้าง ? คำตอบมีหลายปัจจัยคือ... สูบบุหรี่, ไขมันในเลือดสูง, เป็นโรคความดันโลหิตสูง, เป็นโรคเบาหวาน, อ้วนและไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย, เครียดง่าย-เครียดบ่อย, มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจชนิดนี้

ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงหลายข้อ ก็จะมีโอกาสเกิดโรคหัวใจขาดเลือดได้เร็วกว่าผู้อื่น และเมื่อเกิดแล้วก็มักจะมีความรุนแรงของโรคมากกว่าผู้ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยง !! จุดนี้คนไทยไม่ควรมองข้าม !!

สำหรับการวินิจฉัยโรคหัวใจขาดเลือด เบื้องต้นคือดูที่ อาการเจ็บหน้าอก โดยถ้าเจ็บหน้าอกถึงขั้นรุนแรง มีเหงื่อออกมาก วิงเวียน คลื่นไส้ มือเท้าเย็น-เขียว หมดสติ พักแล้วไม่ดีขึ้น มักเกิดจากหลอดเลือดหัวใจอุดตันโดยสิ้นเชิง ทั้งนี้ ปัจจุบันวงการแพทย์ในไทยก็พัฒนาและมีอุปกรณ์ทั้งในการตรวจวินิจฉัย-การรักษาที่ก้าวหน้า ในการรักษาของแพทย์ก็มีทั้งการรักษาด้วยยา, รักษาโดยผ่าตัดต่อเส้นเลือดหัวใจใหม่ หรือทำบายพาส, รักษาโดย “การทำบอลลูน” โดยใช้สายสวนหัวใจผ่านทางเส้นเลือดแดงที่โคนขา เข้าไปจนถึงเส้นเลือดหัวใจที่ตีบ แล้วขยายเส้นเลือดโดยทำให้บอลลูนที่ปลายสายสวนหัวใจพองขึ้น เพื่อดันเส้นเลือดที่ตีบให้ขยายออก

“การทำบอลลูน” มีการพัฒนาจนปัจจุบันมีประสิทธิภาพสูง
ล่าสุดในไทยขนาดคนอายุตั้ง 100 ปีก็ทำได้อย่างปลอดภัย !!


ไสว หัพนานนท์ อายุ 100 ปี 1 เดือน คือผู้ป่วยหลอดเลือดหัวใจตีบ ซึ่งถือว่าเป็นเคสอันตราย อย่างไรก็ดี ล่าสุดผู้ป่วยรายนี้ก็หายจากโรคนี้ได้ด้วยการทำบอลลูน โดย รศ.นพ.วสันต์ อุทัยเฉลิม แพทย์ผู้ทำบอลลูน และ นพ.วิชัย ศรีมนัส อายุรแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลรามคำแหง ร่วมกันเผยว่า... กรณีคนไข้อายุ 100 ปีเศษรายนี้ มีเส้นเลือดหัวใจตีบถึง 3 เส้น โดยเส้นที่ตีบมากและสำคัญที่สุดคือเส้นด้านซ้ายที่ยื่นมาข้างหน้า ซึ่งทางแพทย์ลงความเห็นว่าน่าจะทำบอลลูนได้โดย “ไม่ต้องผ่าตัด”


“กรณีแบบนี้ขึ้นอยู่กับสภาพคนไข้ด้วย ซึ่งคุณตาไสวร่างกายแข็งแรง กล้ามเนื้อหัวใจยังบีบตัวได้ดี การทำบอลลูนแก้ไขหลอดเลือดหัวใจส่วนที่ตีบสามารถทำได้ และเป็นวิธีที่เหมาะสม” ...นพ.วิชัยระบุ ซึ่งก็เป็นการทำความเข้าใจกับประเด็นที่พูด ๆ กันว่าคนอายุ 75-80 ปีขึ้นไปไม่เหมาะที่จะทำบอลลูน

ทั้งนี้ รายคุณตาไสวนี้แพทย์ใช้การทำ 64 Slides เป็นการตรวจหลอดเลือดหัวใจที่เป็นทั้งการวินิจฉัยด้วยอุปกรณ์ทันสมัย และขณะเดียวกันก็เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรักษาด้วย โดยในการรักษาหลอดเลือดหัวใจตีบในปัจจุบันนั้นมีเครื่องมือพิเศษทางการแพทย์สมัยใหม่หลายอย่าง เช่น เครื่องตรวจ-เครื่องสแกน, ลวดตัวนำพิเศษ ที่ร้อยเข้าไปในหลอดเลือดเพื่อทำบอลลูน, เครื่องอัลตราซาวด์ขนาดเล็ก ที่ร้อยไปตามสายเพื่อตรวจหลอดเลือดว่าจุดที่ตีบมีหินปูนอยู่มากแค่ไหน, หัวกรอเพชร ที่ร้อยตามสายเข้าไปในหลอดเลือดเพื่อกรอหินปูนที่มีมากในหลอดเลือดที่ตีบ รวมถึงการใช้ ขดลวดเคลือบยา ค้ำหลอดเลือดที่ทำบอลลูนเพื่อป้องกันการตีบซ้ำ

“ก่อนหน้านี้ผมยังไม่เคยทำบอลลูนให้คนไข้อายุมากขนาดนี้ มากสุดที่เคยทำก็ 98 ปี แต่คุณไสวนี่ตอนทำอายุตั้ง 100 ปี กับ 1 เดือน ถือว่ามากที่สุดที่เคยทำมา” ...รศ.นพ.วสันต์ระบุ ซึ่งก็ถือว่าน่าทึ่ง

อย่างไรก็ตาม ถ้าถามว่าการจะรอดพ้นจากภัยโรคหัวใจควรจะทำเช่นไร ? ก็คงต้องอยู่ที่การ ลดปัจจัยเสี่ยง เช่น... เลิกสูบบุหรี่, ลดน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน, ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ รวมถึงควบคุมโรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และความดันโลหิตสูง ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ สำหรับผู้ที่เป็นแล้ว ส่วนในผู้ที่ยังไม่เป็นโรคเหล่านี้ก็ควรตรวจเช็กทุก 6 เดือน เพื่อที่จะได้ควบคุมโดยเร็วที่สุด

“โรคหัวใจ” ชนิดต่าง ๆ นับวันจะคุกคามคนไทยมากขึ้น
จริงอยู่ที่มีวิทยาการทางการแพทย์สมัยใหม่ไล่ตามแก้ไข
แต่ยังไงการ “ลด-เลี่ยงปัจจัยเสี่ยง” ก็คือวิธีที่ดีที่สุด !!!.

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ออนไลน์ วันอังคารที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2551




วิชาการ&เทคโนโลยี

ข้อดีของการมีลูก ช่วยให้สมองแม่พัฒนา
สมองแก่แก้ได้
'ศิริราช'โชว์ฝีมือใส่ลิ้นหัวใจเทียมผ่านทางสายสวน
Brain activity goes down during sleep
ภาวะสมองเสื่อม ความจริง 9 ประการ
คำแนะนำหลังการเข้าเฝือก
วิจัยพบสารสกัดพริกไทยดำแก้อัลไซด์เมอร์
ศิริราชคิดค้นรถเข็นปรับยืน ช่วย"ผู้พิการท่อนล่าง"สำเร็จ
เตียงอาบน้ำอิเล็กทรอนิกส์ คว้าสุดยอดรางวัลนวัตกรรม article
ผิวหนังเทียมรู้ร้อนรู้หนาวเหมือนคน
หมอไทยเจ๋งปลูกถ่ายเซลล์กระดูกอ่อน รักษาข้อเข่าเสื่อมสำเร็จครั้งแรกในไทย article
ตัวช่วยผู้ป่วย-ผู้พิการ
ผู้สร้างหนูน้อย article
รพ.บำรุงราษฎร์ใช้หุ่นยนต์เภสัชรายแรกในเอเชีย
ไทยประสบความสำเร็จใช้ช้างบำบัดเด็กออทิสติกครั้งแรกของโลก
ชี้ออกกำลังกายช่วยให้อ่อนกว่าวัย 9 ปี
New Treatment for Osteoporosis-Related Spinal Fractures Provides Immediate Relief article
เผยยีนบำบัดมีแนวโน้มรักษาออทิสติกได้
Studies: Dementia Comes Later for Higher-Educated
DON’T LIFT A FINGER TO CLICK A MOUSE ! article
เสื้อซิลเวอร์นาโนฉลองครองราชย์ ๖๐ ปี article
Backpack Safety article
หมอศิริราชผลิต"เครื่องวัดระดับเลือด" ลดปัญหาทารกตัวเหลือง-สมองพิการ article
Two Ways to Make a Kid Smarter article
Housing for Independent Living article
WHAT IS ASSISTIVE TECHNOLOGY? article



bulletEnglish Version
dot
Member Login
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
เกี่ยวกับสมาคมและวิชาชีพ
dot
bulletประวัติสมาคมและวิชาชีพ
bulletวัตถุประสงค์ของสมาคม
bulletมารู้จักกิจกรรมบำบัด
dot
สมาชิกสมาคมฯ
dot
bulletสิทธิและหน้าที่ของสมาชิกสมาคมฯ
bulletสมัครสมาชิกสมาคมฯ/ต่ออายุ
bulletรายชื่อสมาชิกปี 2555
dot
คลีนิกกิจกรรมบำบัด
dot
bulletนักกิจกรรมบำบัดไขปัญหา
bulletข้อแนะนำการดูแลตนเองสำหรับผู้ป่วยด้านต่างๆ (OT Tips)
bulletรายชื่อนักกิจกรรมบำบัดที่ชำนาญด้านต่างๆ (OT Guru)
dot
E-learning
dot
bulletOT for Physical Dysfunction
bulletOT in Pediatrics
bulletOT in Psychiatry
bulletOT in Geriatrics
bulletOT in Occupational Medicine
bulletOthers
bulletPrinciple of Occupational Therapy
dot
เรื่องเล่าจากประสบการณ์
dot
bulletสำหรับประชาชนทั่วไป
bulletสำหรับนักกิจกรรมบำบัด
dot
จดหมายข่าว
dot
bulletจดหมายข่าวกิจกรรมบำบัด
bulletจดหมายข่าวกองการประกอบโรคศิลปะ
dot
Link
dot
bulletภาควิชากิจกรรมบำบัด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
bulletกองการประกอบโรคศิลปะ
bulletกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
bulletกระทรวงสาธารณสุข
bulletสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.)
bulletสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.)
bulletWorld Federation of Occupational Therapists
bulletThe American Occupational Therapy Association (AOTA)
bulletAustralian Association of Occupational Therapists
bulletMedline Plus: Rehabilitation
bulletResearch, Instruction & Presentations - Occupational Therapy




Copyright © 2010 All Rights Reserved.

สมาคมนักกิจกรรมบำบัด/อาชีวบำบัดแห่งประเทศไทย ภาควิชากิจกรรมบำบัด คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200 Tel. (053)946041 Fax. (053)946042 E-mail: otat2549@yahoo.com ติดต่อ webmaster: otat2549@yahoo.com