ReadyPlanet.com
dot dot

คำแนะนำหลังการเข้าเฝือก

โดย ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย

การใช้เฝือก

                เฝือกคือ  เครื่องดามที่ใช้ดามกระดูกและข้อ อวัยวะส่วนที่ถูกหุ้มด้วยเฝือกนั้นจะอยู่นิ่งๆ การเคลื่อนไหว  ของอวัยวะนอกบริเวณเข้าเฝือกสามารถทำได้ตามปกตินอกจากนี้การเข้าเฝือกยังสามารถใช้เพื่อปกป้องเนื้อเยื่ออื่นๆที่ได้รับบาดเจ็บได้

เฝือกนิยมใช้ในการรักษาโรคต่อไปนี้

1.       ใช้ดามกระดูกหัก  หรือข้อที่ได้รับบาดเจ็บ

2.       ใช้ดามส่วนของร่างกายที่มีการอักเสบได้หยุดพัก  เช่นภาวะกระดูกติดเชื้อ เป็นหนอง

3.       ใช้ป้องกันความวิกลรูปของข้อต่างๆ จากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ  หรือ  เนื้อเยื่ออื่นๆ  เช่นในผู้ป่วยอัมพาต  แผลไฟไหม้  หรือน้ำร้อนลวกเป็นต้น

4.       ใช้ป้องกันกระดูกหักในกรณีที่กระดูกเป็นโรค เช่น ในผู้ป่วยที่เป็นเนื้องอกกระดูก  หรือโรคอื่นๆ ของกระดูก

5.       ใช้ดัดแก้ความวิกลรูปของร่างกาย  โดยการใส่เฝือกหลายๆ  ครั้งค่อยๆ  ยึดให้อวัยวะส่วนนั้นกลับมาสู่ลักษณะปกติ เช่น  ในภาวะกระดูกสันหลังหักคด

การดูแลเฝือก

                เฝือกใช้เวลาแข็งตัวประมาณ 3 ถึง 5 นาที  หลังจากที่แพทย์ใส่เฝือกให้  แต่เฝือกที่แข็งตัวแล้วนี้ก็ยังมีสภาพเปียกอยู่มาก  และน้ำหนักจะเบาลงถ้าเรารู้จักทะนุถนอมก็จะสามารถใช้เฝือกนั้นได้นานจนถึงเวลาที่จะเปลี่ยน  หรือถอดออก  ดังนั้นผู้ป่วยจำต้องทราบถึงการดูแลเฝือกดังนี้

                ในระยะ  3 วันแรก

1.       ป้องกันเฝือกหักหรือยุบในระหว่างที่เฝือกยังชื้นอยู่ด้วยการ

1.1    ให้วางเฝือกบนวัสดุนุ่มนิ่ม  เช่นหมอนหรือฟองน้ำ

1.2    หลีกเลี่ยงการวางเฝือกบนวัสดุแข็ง  เช่น  การว่างส่วนของสันเท้าบนพื้นปูน  หรือใช้ส่วนของข้อศอกเท้าพนักเก้าอี้ เป็นต้น

1.3    ควรประคองเฝือกในระหว่างการเคลื่อนย้ายอย่างระมัดระวัง

1.4    หลีกเลี่ยงการใช้มือกดหรือ  บีบเฝือกเล่น

2.       การทำให้เฝือกแห้งเร็ว

2.1    วางเฝือกบนผ้าเพื่อดูดความชื้นได้ดี  และให้วางบนที่ๆ อากาศถ่ายเทสะดวก

2.2    การใช้พัดลมเป่าจะช่วยให้เฝือกแห้งเร็วขึ้น

2.3    ไม่ควรใช้ผ้าห่มหรือสิ่งอื่นใดปกคลุมบนเฝือก

  

การปฏิบัติเมื่อเฝือกแห้งดีแล้ว

1.       อย่าให้เฝือกได้รับความเปียกชื้น  เช่นการเดินในสนามหญ้าตอนเช้าๆ  หรือถูกน้ำจนเปียก  เวลาอาบน้ำควรใช้ถุงพลาสติกหุ้มเฝือกไว้เพื่อกันน้ำ อาจใช้ถุงสวมทับหลายๆ ชั้น  โดยทำการมัดปากถุงที่คนละระดับ ก็จะช่วยกันน้ำได้ดียิ่งขึ้น

2.       ไม่ควรลงน้ำหนัก  หรือเดินบนเฝือก ถ้าแพทย์ยังไม่อนุญาต

3.       แม้เฝือกจะแห้งดีแล้วก็ไม่ควรให้เฝือกรับน้ำหนักอย่างเต็มที่ ยกเว้น  ส้นยางเป้นตัวรับน้ำหนัก

คำแนะนำ

1.       พยายามเคลื่อนไหวส่วนที่อยู่ภายนอกเฝือกเพื่อช่วยลดอาการบวม

2.       ห้ามดัดเฝือกออกเองทั้งหมดหรือบางส่วน

3.       ห้ามทำให้เฝือกเปียกน้ำ  หรือลนด้วยความร้อนเพื่อให้แห้งเร็ว

4.       อย่าให้เฝือกได้รับแรงกดจนแตก  หรือยุบ  เช่น เหยียบ  หรือวางลงบนพื้นแข็งโดยตรง

5.       ห้ามใช้ของแข็งแหย่เข้าไปใต้เฝือกเพื่อแก้อาการคัน  เพราะอาจทำให้ผิวหนังถลอกและมีแผล

6.       อย่าดึงสำลีหรือวัสดุรองเฝือกออก

7.       ยกส่วนแขน  หรือขาที่ได้รับการใส่เฝือกให้อยู่เหนือระดับหัวใจขณะพักผ่อนสมอ  เพื่อลดอาการปวด

8.       ให้มาพบแพทย์โดยเร็วที่สุดเมื่อ

8.1     มือหรือเท้าส่วนที่ใส่เฝือกบวมมาก

8.2     รู้สึกเจ็บปวดหรือแสบร้อนทั้งๆ ที่ได้ยกส่วนที่ใส่เฝือกไว้สูงเหนือระดับหัวใจและไม่สามารถระงับด้วยการรับประทานยาแก้ปวดธรรมดา

8.3     สังเกตว่าปลายนิ้ว หรือ  เล็บมือเขียวคล้ำกว่าข้างปกติ

8.4     รู้สึกชาหรือเป็นเหน็บเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

8.5     กำลังในการขยับอวัยวะส่วนที่โผล่ออกมาทางปลายเฝือกลดน้อยลงเรื่อยๆ  เช่นไม่มีแรงกำหรือแบนิ้วมือ

8.6     คลำชีพจรซึ่งเคยคลำได้ปกติ  (ตามที่แพทย์อาจจะแนะนำ) นั้นเบาลง หรือคลำไม่พบ

9.       ให้มาพบแพทย์โดยเร็วเมื่อ

9.1     มีหนอง  หรือสารเหลวผิดปกติซึมเปื้อนเฝือก ไหลออกมาจากใต้เฝือก  หรือส่งกลิ่นเหม็น

9.2     เฝือกหักหรือแตกร้าว

9.3     เฝือกหลวมหรือหลุด




วิชาการ&เทคโนโลยี

ข้อดีของการมีลูก ช่วยให้สมองแม่พัฒนา
สมองแก่แก้ได้
'ศิริราช'โชว์ฝีมือใส่ลิ้นหัวใจเทียมผ่านทางสายสวน
Brain activity goes down during sleep
ภาวะสมองเสื่อม ความจริง 9 ประการ
วิจัยพบสารสกัดพริกไทยดำแก้อัลไซด์เมอร์
ศิริราชคิดค้นรถเข็นปรับยืน ช่วย"ผู้พิการท่อนล่าง"สำเร็จ
เตียงอาบน้ำอิเล็กทรอนิกส์ คว้าสุดยอดรางวัลนวัตกรรม article
ผิวหนังเทียมรู้ร้อนรู้หนาวเหมือนคน
หมอไทยเจ๋งปลูกถ่ายเซลล์กระดูกอ่อน รักษาข้อเข่าเสื่อมสำเร็จครั้งแรกในไทย article
ตัวช่วยผู้ป่วย-ผู้พิการ
ผู้สร้างหนูน้อย article
วิทยาการ 'รักษาหัวใจ' 'บอลลูน' 'อายุ 100 ปี' ทำได้?
รพ.บำรุงราษฎร์ใช้หุ่นยนต์เภสัชรายแรกในเอเชีย
ไทยประสบความสำเร็จใช้ช้างบำบัดเด็กออทิสติกครั้งแรกของโลก
ชี้ออกกำลังกายช่วยให้อ่อนกว่าวัย 9 ปี
New Treatment for Osteoporosis-Related Spinal Fractures Provides Immediate Relief article
เผยยีนบำบัดมีแนวโน้มรักษาออทิสติกได้
Studies: Dementia Comes Later for Higher-Educated
DON’T LIFT A FINGER TO CLICK A MOUSE ! article
เสื้อซิลเวอร์นาโนฉลองครองราชย์ ๖๐ ปี article
Backpack Safety article
หมอศิริราชผลิต"เครื่องวัดระดับเลือด" ลดปัญหาทารกตัวเหลือง-สมองพิการ article
Two Ways to Make a Kid Smarter article
Housing for Independent Living article
WHAT IS ASSISTIVE TECHNOLOGY? article



bulletEnglish Version
dot
Member Login
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
bulletกรณี login ไม่ได้
dot
เกี่ยวกับสมาคมและวิชาชีพ
dot
bulletประวัติสมาคมและวิชาชีพ
bulletวัตถุประสงค์ของสมาคม
bulletมารู้จักกิจกรรมบำบัด
dot
สมาชิกสมาคมฯ
dot
bulletสิทธิและหน้าที่ของสมาชิกสมาคมฯ
bulletสมัครสมาชิกสมาคมฯ/ต่ออายุ
bulletรายชื่อสมาชิกปี 2557
dot
คลีนิกกิจกรรมบำบัด
dot
bulletนักกิจกรรมบำบัดไขปัญหา
bulletข้อแนะนำการดูแลตนเองสำหรับผู้ป่วยด้านต่างๆ (OT Tips)
bulletรายชื่อนักกิจกรรมบำบัดที่ชำนาญด้านต่างๆ (OT Guru)
dot
E-learning
dot
bulletOT for Physical Dysfunction
bulletOT in Pediatrics
bulletOT in Psychiatry
bulletOT in Geriatrics
bulletOT in Occupational Medicine
bulletOthers
bulletPrinciple of Occupational Therapy
dot
เรื่องเล่าจากประสบการณ์
dot
bulletสำหรับประชาชนทั่วไป
bulletสำหรับนักกิจกรรมบำบัด
dot
จดหมายข่าว
dot
bulletจดหมายข่าวกิจกรรมบำบัด
bulletจดหมายข่าวกองการประกอบโรคศิลปะ
dot
Link
dot
bulletภาควิชากิจกรรมบำบัด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
bulletกองการประกอบโรคศิลปะ
bulletกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
bulletกระทรวงสาธารณสุข
bulletสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.)
bulletสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.)
bulletWorld Federation of Occupational Therapists
bulletThe American Occupational Therapy Association (AOTA)
bulletAustralian Association of Occupational Therapists
bulletMedline Plus: Rehabilitation
bulletResearch, Instruction & Presentations - Occupational Therapy




Copyright © 2010 All Rights Reserved.

สมาคมนักกิจกรรมบำบัด/อาชีวบำบัดแห่งประเทศไทย ภาควิชากิจกรรมบำบัด คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200 Tel. (053)946041 Fax. (053)946042 E-mail: otat2549@yahoo.com ติดต่อ webmaster: otat2549@yahoo.com