| 'ศิริราช'โชว์ฝีมือใส่ลิ้นหัวใจเทียมผ่านทางสายสวน "หมอศิริราชเจ๋ง"ใส่ลิ้นหัวใจเทียม ผ่านสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ครั้งแรกในไทย เผยรักษาไปแล้ว 2 ราย อายุ 76 และ 86 ปี ชี้ มี.ค.นี้ มีคิวรักษาอีก 3 ราย ระบุแม้จะดีไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ แต่ลิ้นหัวใจราคายังแพง 1.2 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ศ.คลินิก นพ. ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานแถลงข่าว “ครั้งแรกของไทยศิริราชใส่ลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวน โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่” โดย ศ.นพ.ศุภกร โรจน นินทร์ หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ กล่าวว่า หัวใจมีหน้าที่ปั๊มเลือดตลอดเวลาโดยมีลิ้นหัวใจอยู่ 4 ลิ้น กรณีลิ้นหัวใจเสื่อม เกิดการตีบขึ้นในอดีตมักพบว่าเกิดจากโรครูห์มาติก ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอายุไม่มากแต่ในปัจจุบันโรคนี้มักเกิดจากการเสื่อมสภาพของลิ้นหัวใจยิ่งผู้ป่วยมีอายุมากขึ้นเท่าไร อุบัติการณ์ของโรคลิ้นหัวใจตีบก็จะสูงขึ้นเท่านั้นโรคนี้ถือเป็นภัยเงียบ เนื่องจากลิ้นหัวใจตีบเพียงเล็กน้อย จะไม่แสดงอาการใด ๆเลยในระยะแรกจนกว่าหัวใจไม่สามารถทนรับกับปริมาณเลือดที่เพิ่มสูงขึ้นจะทำให้เกิดอาการของภาวะหัวใจล้มเหลวตามมา และอาจเสียชีวิตในที่สุดหากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที
ด้าน ผศ.นพ.ปรัญญา สากิยลักษณ์แพทย์ประจำสาขาวิชาศัลยศาสตร์หัวใจและ ทรวงอก ภาควิชาศัลยศาสตร์ กล่าวว่าวิธีรักษาโรคลิ้นหัวใจตีบที่เป็นมาตรฐานทั่วโลก คือการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเป็นการรักษา ที่ได้ผลดีเยี่ยมผู้ป่วยมีโอกาสเสียชีวิตเพียง 1-2% เท่านั้นอย่างไรก็ตามยังมีผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจตีบจำนวนหนึ่งที่ไม่เหมาะกับการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ เช่น ผู้ป่วยที่มีอายุมาก ๆหรือผู้ที่เคยได้รับการผ่าตัดในช่องอกมาก่อน รวมทั้งผู้ที่มีโรคประจำตัวหลายโรคผู้ป่วยเหล่านี้จะมีโอกาสเสียชีวิตจากการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจได้สูงถึง 20% หรือมาก กว่าเป็นเหตุให้ผู้ป่วยหลายรายมักจะไม่ได้รับการส่งต่อไปยังศัลยแพทย์หรือหมอผ่าตัดหรือไม่ก็ถูกปฏิเสธการผ่าตัดไปเสียก่อน เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงเพราะหัวใจที่ต้องบีบเลือดผ่านลิ้นหัวใจที่ตีบจะค่อย ๆ ล้มเหลวและผู้ป่วยจะเสียชีวิตในที่สุด”
ผศ.นพ.ปรัญญา กล่าวต่อว่าน่ายินดีที่ขณะนี้วิทยาการทางการแพทย์สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยลิ้นหัวใจตีบกลุ่มนี้ให้รอดชีวิตได้ด้วยการใส่ลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวนเข้าไปแทนที่ลิ้นเดิมที่เสื่อมสภาพโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ ซึ่งแตกต่างจากวิธีผ่าตัดที่ใช้กันใน ปัจจุบันคือ ต้องดมยาสลบผ่าตัดเปิดกระดูก หน้าอก แล้วใช้เครื่องปอดหัวใจเทียมทำงานแทนหัวใจกับปอดซึ่งระหว่างที่ศัลยแพทย์ตัดลิ้นหัวใจเก่าออกและเย็บลิ้นหัวใจเทียมเข้าไปแทนที่จะใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง และอยู่โรงพยาบาลพักฟื้นประมาณ 7-10 วัน ถ้าไม่มีโรคแทรกซ้อนเกิดขึ้นสำหรับวิธีใหม่นี้คณะแพทย์ศิริราชได้ทำการใส่ลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวนในผู้ป่วยไปแล้ว 2 รายเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2552 นับเป็นผู้ป่วยรายที่ 1 และ 2 ของประเทศไทย อายุ 76 และ 86 ปี และเป็นรายที่ 14 และ 15 ของเอเชียซึ่งขณะนี้มีเพียงประเทศสิงคโปร์และญี่ปุ่นเท่านั้นที่ใช้วิธีนี้
โดยในเดือน มี.ค. 2553 จะมีผู้ป่วยเข้ารับการใส่ลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวนเพิ่มอีก 3 ราย ซึ่งล้วนอายุ 85 ปีขึ้นไปโดยจะมุ่งเน้นคนที่มีความเสี่ยงสูงและไม่สามารถผ่าตัดด้วยวิธีปกติได้ อย่างไรก็ตามแม้การใส่ลิ้นหัวใจเทียมแบบใหม่ผ่านสายสวนจะเป็นวิธีที่ดี แต่ขณะนี้ยังมีราคาแพงเฉพาะค่าลิ้นหัวใจ 1 ลิ้น ราคา 1.2 ล้านบาทโดยที่ใช้กับผู้สูงอายุจะทำจากแผ่นเนื้อเยื่อ ส่วนในคนอายุน้อย ๆ อาจจะใช้วัสดุที่ทำจากแผ่นโลหะ ซึ่งมีอายุการใช้งานประมาณ 15-20 ปีส่วนค่าผ่าตัดรักษาเปลี่ยนลิ้นหัวใจนั้น ถ้าเป็นผู้ป่วยบัตรทอง ทางรพ.จะสามารถเรียกเก็บจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)ได้ตามการให้บริการจริง และตามราคาในหมวดอุปกรณ์และอวัยวะเทียมที่กำหนดแต่ส่วนต่างจะไม่สามารถเบิกได้ ขณะนี้มีผู้ป่วยรอการผ่าตัดอยู่ประมาณ 50 ราย
ส่วน ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กล่าวว่า คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลพร้อมให้การรักษาผู้ป่วยทุกคน ทั้งนี้ได้จัดตั้ง “กองทุนรักษาลิ้นหัวใจด้วยสายสวนเพื่อผู้ป่วยสูงอายุ” ซึ่งผู้มีจิตศรัทธาสามารถบริจาคเงินเข้ากองทุนเพื่อนำมาซื้อลิ้นหัวใจให้แก่ผู้ป่วยสูงอายุยากไร้ได้ทุกวันที่ศิริราชมูลนิธิ ตึก มหิดลบำเพ็ญ ชั้น 1 โรงพยาบาลศิริราช โทร. 0-2419-7658-60
ขณะที่ นางนิภา หิรัญบำรุง อายุ 86 ปีผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาโรคลิ้นหัวใจตีบ กล่าวว่า แต่ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำต้องพักเหนื่อย 2-3 หน หรือรดน้ำต้นไม้ก็ต้องพักเหนื่อยบางทีวางสายยางเพื่อไปนอนก่อน 20 นาที ด้วยเหตุนี้จึงให้ลูกพามาหาหมอพอได้รับการรักษารู้สึกว่าทำกิจกรรมได้ดีขึ้น ไม่เหนื่อยเหมือนเดิม ขอบคุณทาง รพ.และ หมอที่ให้การดูแลอย่างดี.
ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553 |